การทำธุรกิจในตลาดนานาประเทศ อิตาลีเป็นชาติที่ส่งออกกระเป๋าถือผู้หญิงคิดเป็นร้อยละ 60 ของ
กระเป๋าส่งออกทั้งหมด และร้อยละ 75 ของกระเป๋าสตรี เป็นกระเป๋าหนังแท้ ที่อิตาลีมีชื่อเสียง และสามารถผลิตได้คุณภาพดีและเป็นที่นิยมมากที่สุด ในปี 2549 อิตาลีผลิตกระเป๋าหนังแท้เพิ่ม ขึ้นร้อยละ 24 เมื่อเทียบกับปี 2005 ส่วนเข็มขัดหนังแท้ ก็เป็นสินค้าสำคัญอีกประเภทหนึ่ง ที่มี การส่งออกเพิ่มขึ้น โดยมีปริมาณเพิ่มขึ้นร้อยละ 17 และมีมูลค่าเพิ่มขึ้นร้อยละ 17.3
ตลาดส่งออกสำคัญของเครื่องหนังอิตาลีได้แก่ กลุ่มประเทศในสหภาพยุโรปด้วยกัน ได้แก่ สวิตเซอร์แลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมัน อังกฤษ ฯลฯ นอกจากนี้ มีกลุ่มคู่ค้าเดิม เช่น ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา การส่งออกไปญี่ปุ่นทรงตัว ไม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างผลันผวน สำหรับ ประเทศฝรั่งเศส มีการส่งออกมีมูลค่าสูงขึ้นร้อยละ 20.6 โดยอิตาลีเป็นผู้รับจ้างผลิตภายใต้ Brand name ดังๆของฝรั่งเศสด้วย ซึ่งการผลิตเน้นรูปแบบเฉพาะ งานฝีมือละเอียด ที่ต้องอาศัยความ ชำนาญของช่างประสบการณ์ยาวนาน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเจ้าของบริษัทขนาดเล็ก ใส่ใจด้านราย ละเอียดและคุณภาพสินค้ามากกว่ารับผลิตในปริมาณมาก ส่วนตลาดอเมริกาเริ่มตื่นตัวจากความ ซบเซา โดยในปี 2549 การเติบโตเพิ่มขึ้นร้อยละ 8 ซึ่งเป็นหนึ่งในสถิติที่ดีที่สุดในรอบห้าปีที่ผ่าน มา ถึงอย่างไรก็ตาม มีการแข็งค่าของเงินยูโรต่อเงินดอลล่าร์ ที่ส่งผลกระทบบ่างเล็กน้อยในช่วง ปลายปี สินค้าที่ส่งออกไปสหรัฐอเมริกา มีหลายประเภท ที่มีอัตราการเจริญเติบโตดีที่สุดคือ กระเป๋าถือสตรีซึ่งทำจากหนังแท้ เพิ่มขึ้นร้อยละ 18.6 เครื่องหนังขนาดเล็กเพิ่มขึ้นร้อยละ 12.6 และเข็มขัด เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.5
การส่งออกไปภูมิภาคเอเชียมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในทุกประเทศ (ยกเว้นฮ่องกง) กล่าวคือ ส่งออกไปเกาหลีใต้ เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.7 ไต้หวัน สูงขึ้นคิดเป็นร้อยละ 19.6 สิงคโปร์ เพิ่มขึ้น ร้อยละ12.4 และเช่นเดียวกับจีน มีแนวโน้มการส่งออกค่อนข้างดี กล่าวคือ มีมูลค่ามากขึ้นร้อยละ 23.7% ในปัจจุบัน การขยายตัวของตลาดเป็นการเจริญเติบโตของสินค้า Brand Name ที่มีชื่อ เสียงโด่งดังเป็นส่วนใหญ่ แต่ในอนาคตสินค้าระดับกลางทั้งที่มี Brand Name และไม่มีจะเจาะ ตลาดได้มากขึ้น ซึ่งสินค้าไม่มีแบรนด์ที่ผลิตจากอิตาลีก็ได้รับผลตอบรับที่ดี ในยุโรปก็เช่นเดียว กัน ตัวเลขการส่งออกไปเยอรมันเพิ่มจำนวนขึ้นคิดเป็นร้อยละ 15.2 และสเปนมีมูลค่าเป็นร้อยละ 20.9 ประเทศที่ มีอัตราการเพิ่มอย่างเด่นชัดที่สุดคือประเทศรัสเซีย ซึ่งเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 54.2 ตามการเจริญเติบ โตทางเศรษฐกิจที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
สำหรับสถานการณ์ตลาดรองเท้า ความต้องการสินค้าของตลาดค่อนข้างซบเซา และยังมีแรงกดดันจากสินค้าคู่แข่งจากเอเชีย เช่น ประเทศจีนและเวียตนาม อย่างไรก็ตาม นโยบายต่อต้านการทุ่มตลาดของรัฐบาล สามารถช่วยลดความรุนแรง และปกป้องสินค้าที่ผลิตใน ประเทศอิตาลีได้ในระดับหนึ่ง เนื่องจากการนำเข้าผ่านประเทศอื่นในสหภาพยุโรป และผ่านต่อ เข้ามาในอิตาลี ทำให้สินค้าราคาถูกทะลักเข้าตลาดอีกทางหนึ่ง โดยไม่สามารถกันได้มากนัก เนื่อง จากสหภาพยุโรปด้วยกัน เป็นเขตการค้าเสรี